ล่าสุด! สถานการณ์น้ำ “ป่าสัก-เจ้าพระยา-ชี-มูล”
เรียบเรียงโดย : มานี - 11 ตุลาคม 2564 91

14.30 น. ของวันที่ 11 ตุลาคม 2564 กรมชลประทานชี้ ลุ่มน้ำป่าสัก-เจ้าพระยาลดลงต่อเนื่อง แต่ยังเฝ้าระวังพายุ “ไลออนร็อก” ด้านศูนย์บริหารฯ ลุ่มน้ำชี-มูล (ส่วนหน้า) จัดทัพพร้อมรับมวลน้ำเหนืออย่างเต็มศักยภาพ

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำป่าสัก วันนี้ (11 ต.ค. 64) เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ได้ปรับลดการระบายน้ำลงสู่ด้านท้ายเขื่อนเหลือ 451 ลบ.ม./วินาที ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักบริเวณด้านท้ายเขื่อนลดลงอย่างต่อเนื่อง ได้แก่อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี ลดลง 1.33 เมตร

อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ลดลง 97 เซนติเมตร อ.เมือง จ.สระบุรี ลดลง 78 เซนติเมตร อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ลดลง 46 เซนติเมตร และจะระบายน้ำส่วนหนึ่งเข้าคลองระพีพัฒน์ประมาณ 163 ลบ.ม./วินาที และควบคุมน้ำไหลผ่านเขื่อนพระราม 6 ในอัตรา 676 ลบ.ม./วินาที ระดับน้ำเหนือเขื่อน ลดลง 33 เซนติเมตร ช่วยลดปริมาณน้ำที่จะไปสมทบกับแม่น้ำเจ้าพระยา ด้านลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีแนวโน้มลดลงทุกสถานี โดยที่สถานีวัดน้ำท่า C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,371 ลบ.ม./วินาที แนวโน้มลดลง ก่อนไหลลงสู่เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท

ซึ่งกรมชลประทานได้ใช้คลองชลประทานทั้ง 2 ฝั่งรับน้ำเข้าไปรวม 360 ลบ.ม./วินาที ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาลดลงเล็กน้อยประมาณ 6 เซนติเมตร ในขณะที่ได้ลดการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเหลือ 2,520 ลบ.ม./วินาที ส่งผลให้ระดับน้ำด้านท้ายเขื่อนลดลง ดังนี้อ.เมือง จ.สิงห์บุรี ลดลง 5 ซม. และอ.เมือง จ.อ่างทอง ลดลง 3 ซม. สำหรับคลองชัยนาท-ป่าสัก ปัจจุบันอยู่ระหว่างการระบายน้ำท่วมขังพื้นที่ฝั่งซ้ายของคลองในเขต อ.บ้านหมี่ และ อ.เมือง จ.ลพบุรี ภาพรวมลดลงต่อเนื่องเฉลี่ยวันละประมาณ 10 เซนติเมตร “ขอให้ประชาชนเฝ้าระวังติดตามสภาพอากาศ ที่จะทำให้มีฝนตกหนักจากอิทธิพลของพายุ “ไลออนร็อก” และติดตามสถานการณ์น้ำจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด หากประชาชนต้องการความช่วยเหลือติดต่อได้ที่โครงการชลประทานใกล้บ้าน หรือโทร.สายด่วนกรมชลประทาน 1460 ได้ตลอดเวลา”

ด้านดร.วัชระ เสือดี ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิศวกรรมชลประทาน (ด้านบำรุงรักษา) ในฐานะประธานศูนย์บริหารจัดการอุทกภัยลุ่มน้ำชี-มูล (ส่วนหน้า) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำว่า จากอิทธิพลของพายุโซนร้อน “เตี้ยนหมู่” ที่ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ ทำให้ปริมาณน้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติต่างๆ มีปริมาณเพิ่มมากขึ้น ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่ดีทำให้มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำมากขึ้น กรมชลประทาน จะดำเนินการเก็กกักน้ำดังกล่าวสำหรับไว้ใช้ในฤดูแล้งหน้า ตามข้อสั่งการของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำหรับสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำบางแห่ง ดังนี้ พื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำมูล ในเขต อ.เมืองอุบลราชธานี ได้แก่ บริเวณชุมชนวังแดง มีน้ำท่วมขังสูงประมาณ 1.70 ม. ชุมชนหาดคูเดื่อ น้ำท่วมขังสูงประมาณ 0.10 ม.ชุมชนหาดวัดใต้ น้ำท่วมขังสูงประมาณ 0.20 – 0.80 ม.

ชุมชนหลังโรงเรียนสมเด็จ เนื่องจากน้ำในแม่น้ำมูลเพิ่มสูงขึ้นจนเอ่อเข้าท่วมมีบ้านเรียนราษฎร น้ำท่วมขังสูงประมาณ 0.40 ม. ชุมชนเยาวเรศ 3 น้ำท่วมขังสูงประมาณ 0.40 ม.ริมตลิ่งชุมชนทัพไท น้ำท่วมขังสูงประมาณ 0.20 – 0.60 ม.ชุมชนวังสว่าง น้ำท่วมขังสูงประมาณ 0.20 – 0.60 ม. - พื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำมูล ในเขต อ.วารินชำราบ ได้แก่ชุมชนท่าบ้งมั่ง , ชุมชนเกตุแก้ว , ชุมชนหาดสวนยา , ชุมชนดีงาม และชุมชนดอนงิ้ว น้ำท่วมสูงประมาณ 0.30 – 0.70 ม. - ในขณะเดียวกัน โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามูลล่าง ได้ประสานไปยังเขื่อนราษีไศล สำนักงานชลประทานที่ 8 ว่าเมื่อระดับน้ำหน้าเขื่อนราษีไศล ถึงระดับ +119.00 ม. (รทก.) ขอให้ทำการแขวนบานระบายพ้นน้ำทั้ง 7 บาน เพื่อช่วยเพิ่มการระบายให้กับลำน้ำมูลอย่างเต็มศักยภาพตามธรรมชาติ เนื่องจากขณะนี้มวลน้ำจาก จ. นครราชสีมา กำลังทะยอยเคลื่อนตัวลงสู่เขื่อนราษีไศล เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับประชาชนในพื้นที่รอยต่อ 3 จังหวัด (สุรินทร์ ร้อยเอ็ด และศรีสะเกษ)

ทั้งนี้ กรมชลประทาน ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ขนาด 12 นิ้ว 2 เครื่อง และขนาด 8 นิ้ว จำนวน 2 เครื่อง บริเวณประตูระบายน้ำวัดเสนาวงศ์ อ.วารินชำราบ ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ขนาด 4 นิ้ว จำนวน 2 เครื่อง ขนาด 8 นิ้ว จำนวน 1 เครื่องบริเวณชุมชนท่ากอไผ่ อ.วารินชำราบ พร้อมติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ 100 เครื่อง บริเวณสะพานพิบูลมังสาหาร เร่งระบายน้ำลงสู่แม่น้ำโขง และเรือสูบน้ำอีก 1 ลำ บริเวณแก่งสะพือ นอกจากนี้ สำนักเครื่องจักรกล ได้เตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ กว่า 1,200 หน่วย ที่พร้อมจะสนับสนุนภารกิจในการช่วยเหลือประชาชน ตามที่ นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน ได้กำชับไว้ หากต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อศูนย์บริหารจัดการอุทกภัยลุ่มน้ำชี-มูล (ส่วนหน้า) สำนักงานชลประทานที่ 7 โทร.0 4524 5320 หรือโทรสายด่วนกรมชลประทาน 1460 ได้ตลอดเวลา

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความน่าสนใจ